กำลังนั่งสวยๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์...แหม อากาศข้างนอกฤดูร้อนในประเทศไทยเนี่ย มันร๊อนนนน..ร้อนนนนน นะคะ ท่านผู้อ่าน ทำงานไปเรื่อยๆ ผู้ใช้บริการก็เริ่มบางตา และหมดไป นั่งทำงานแล้ว ได้พักบ้าง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายสายตาค่ะ...
เสียงประตูเปิด ผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาค่ะ แล้วส่งเสียงถามดังมาก...
"ใครเป็นคนรับฝากของชิ้นนี้"
พวกเรามองแล้วก็พิจารณาสักครู่...
"ผมรับเองแหละ มีปัญหาตรงไหนหรือครับ" พี่รวยถามขึ้น
"มีสิ เนี่ย..ของแบบนี้คุณรัะบไปได้ยังไง"...ถามพร้อมโยนกล่องมา ดิฉันให้สงสัยยิ่งนักว่า หน้าตา การแต่งกายของชายผู้นี้ดีมาก ทำไมถึงกระทำการน่ารังเกียจเสียจริง
พอกล่องวางบนเคาน์เตอร์ เราก็มาพิจารณากล่องกัน กล่องก็สภาพดี ไม่เสียหาย ชื่อที่อยู่ผู้รับ-ผู้ฝากส่ง ก็มีครบ แล้วมันผิดอะไรเราก็ งง
"เปิดดูสิ จะได้รู้ว่ามีอะไร" แน่ะ อีตานั่น ยังมาสั่งอีก
พี่รวยแกค่อยๆเปิดกล่องดู ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้ากับสิ่งของในกล่องนั้นที่ปรากฎ ทำให้เราทุกคนแปลกใจมาก...
มันคือ ถุงมือยางสีขาว ที่เอาอะไรบางสิ่งยัดเข้าไปให้เหมือนมือ แล้วเอาสีแดงเทละเลงแลคล้ายเลือด
"ของแบบนี้คุณรับฝากได้ยังไง รู้ไหมเนี่ยเขาส่งไปให้เมียผมที่บ้าน เมียผมเปิดขึ้นมาตกใจเลย ถ้าเขาช็อคตายไปจะว่ายังไง" ถามแบบฉุนเฉียว
หัวหน้าดิฉันฟังแล้วแกคงเอะใจ แกเลยอธิบายไปว่า
"คุณ ของเนี่ยคนเขามาส่งวันหนึ่งเป็นร้อยๆ บางคนเขาก็ห่อมาจากบ้านแล้ว คุณจะให้เราบอกให้ทุกคนแกะกล่องให้เราดู ทั้งที่เขาห่อมาเรียบร้อยแล้วเหรอ ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพราะบางคนเขาก็มีของส่วนตัวของเขาที่เขาอายไม่กล้าให้ใครดู แล้วรู้ไหมล่ะว่าใครส่ง พอจะรู้ไหม?"
ผู้ชายคนนั้นอึกอักสักครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปริปาก เพราะไม่มีทางเลี่ยงแล้ว "เมียน้อยผมเอง"
ทุกคนในเหตุการณ์ งง กับคำตอบ และแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ ด้วยซ้ำ ที่คุณผู้ชายอุตส่าห์หอบหน้าตัวเองมาประจานว่าตัวเองมีเมียน้อย และแกคุมเมียน้อยไม่ได้
"ถ้ายังงั้น ไม่ใช่ความผิดของไปรษณีย์นะ คุณต้องไปจัดการกันเอาเอง เขามาส่งเราก็รับ คุณจะให้เราปฏิเสธลูกค้าหรือ" หัวหน้าอธิบายต่อ
"ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนน่ะสิ เขาย้ายจากบ้านเดิมไปแล้ว เพราะผมยื่นคำขาดขอเลิกกับเขา"
"ก็ไปตามที่อยู่บนกล่องนั่นแหละ บนกล่องเขียนว่า (...หน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง...) " พี่รวยแกพูดขึ้น
"ไม่ใช่ที่อยู่เขาหรอก นั่นที่ทำงานผมเอง (...หน่วยงานราชการนั้น...) ผมทำงานที่นั่น" ผู้ชายคนนั้นที่ตอนนี้ยืนนิ่ง เริ่มเบาเสียงลง ไม่รู้เพราะเริ่มอาย หรือว่าสำนึกผิดที่มาปล่อยระเบิดใส่ผิดตัวเสียแล้ว
"ก็ไม่รู้ล่ะ เราก็ทำตามหน้าที่เรา อันนั้นมันเรื่องส่วนตัวของคุณแล้วล่ะ เราช่วยอะไรไม่ได้ล่ะ" หัวหน้าแกพูดแล้วเดินออกไปเลย
ผู้ชายคนนั้น รีบเก็บกล่อง แล้วเดินออกจากไปรษณีย์ไปเหมือนกัน...
พอลับหลังผู้ชายคนนั้นแล้ว เลิกงานเราก็ยังคงมาพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่
"เออ เอากันเข้าไป มีเมียน้อย คุมเมียน้อยไม่อยู่ก็มาโทษไปรษณีย์ผิด ทำไมนะ ไม่มองตัวเองมั่งเลย ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ยยยยย ริมิเมียน้อยดันคุมมันไม่อยู่ ต้องอย่างข้านี่ มีเมียน้อย ข้าบอกกับยัยป้าเลยว่ามีเมียน้อย" หัวหน้าแกคุยโอ่
"แหม..ลุง ป้าแกไม่เชื่อดิว่าลุงมีเมียน้อย.. " ดิฉันแซวแก
"ก็เมียหลวงที่ไหนมันจะไปเชื่อวะ อยู่ดีๆ ผัวมันเดินมาบอกแกว่า เฮ้ยยย ฉันมีเมียน้อยว่ะ ถ้าเป็นแก แกจะเชื่อไหม อยู่ดีๆ ผัวมาบอกว่ามีเมียน้อย" แกไถลไปตามเรื่อง
"แต่..แหม ตอนเข้ามาน่าหมั่นไส้นะลุง ทำวางท่าใหญ่โต โน่นนี่ จะหาตัวคนผิด สุดท้าย ไม่ต้องไปหาใครหรอก ก็ตัวเองแหละผิด ดันไปมีเมียน้อย ตอนนี้นะ สมน้ำหน้ามากกว่าสงสารอีกนะลุง กลับไป ไม่รู้เมียหลวงจะขอเลิก ฟ้องแบ่งสมบัติรึเปล่าเนี่ย" ดิฉันพูดปนขำ
"เออ เป็นเวรกรรมของมันว่ะ ขอแค่ภาวนาให้ยัยป้าของฉันไม่รู้ก็พอ ฮ่าๆๆๆๆ" ลุงหัวหน้าแกพูดเสร็จแล้วหัวเราะเสียงดัง
เฮ้อ....เรื่องของผัวๆ เมียๆ เมียหลวง เมียน้อย นี่มันลำบากจริงจริ๊งงงง...สงสัยเมียน้อยคนนี้คงจะยึดหลักตามเจ๊เบียบที่ว่า "รวมกันเราอยู่...แยกกูมึงตาย...นะคะ ท่านผู้อ่าน โฮะๆๆๆๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น