วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

กรุณาใส่ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ของผู้ฝากด้วยนะคะ..เรื่องแสนจะธรรมดา..แต่ว่าต้องบอกกันทุกวัน

บ่ายแก่ๆ ของวันนี้อิฉันต้องนั่งทำงานเช่นเดิม

สองสามี-ภรรยา คู่หนึ่งเดินเข้ามาในไปรษณีย์ของดิฉัน

"เชิญด้านนี้ค่ะ ส่งอะไรคะ คุณพี่" อิฉันเรียก

คุณผุ็ชายเดินตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์ดิฉัน ฝนขณะที่คุณพี่ผู้หญิงที่เป็นภรรยา ยืนสำรวจสินค้าในตู้โชว์ด้วยความสนใจ

"ส่งอีเอ็มเอส ครับ"

ดิฉันรับมาพิจารณา ดูการบรรจุซองเรียบร้อยดี ชื่อที่อยู่ผู้รับก็เล่นเอาตะลึงไปสักครู่

"คุณพี่คะ ช่วยใส่ที่อยู่ผู้ฝากให้หน่อยค่ะ" ดิฉันบอก

"ไม่ใส่นะครับ เพราะเขาฝากผมมา" แน่ะ..มาดื้อใส่ดิฉันเสียอีก

"งั้นถ้าไม่ทราบที่อยู่เขาใส่ที่อยู่คุณพี่ก็ได้ค่ะ ถ้าของมีปัญหาจะได้ตีกลับไปหาผู้ฝากได้นะคะ"

เริ่มมีอารมณ์โมโห"ก็เขาสั่งผมมาว่าไม่ต้องใส่ ผมก็ต้องทำตามที่เขาสั่งสิครับ"

คุณพี่คะ ถ้าคุณพี่ส่งไปที่นี่ แล้วไม่ใส่ที่อยู่ หนูรับให้พี่ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหนูก็ซวยสิคะ" ดิฉันเริ่มเสียงแข็งค่ะ และท่าทีเอาจริง

คุณผู้ชายเห็นที่ดิฉันไม่รับแน่ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาผู้ฝาก แล้วกรอกชื่อ-ที่อยู่ผู้ฝากส่ง แล้วจึงมาฝากส่งดิฉัน เรื่องจึงเรียบร้อยลง

โธ่...คุณขา จะไม่ให้ดิฉันเสียงแข็งได้อย่างไรคะ ในเมื่อหน้าซองจ่าหน้าผู้รับเป็น "สำนักพระราชวังค่ะ..."


------------------------------------------------------------------



บางทีดิฉันก็เบื่อกับพวกที่ไม่รู้ แต่ก็ทำท่าทีเป็นรู้มากเสียจริงนะคะ วีรกรรมแสนแสบของลูกค้าก็ยังคงมีเรื่อยๆ และคงเป็นเรื่องเดิมๆ คือ ไม่ค่อยชอบใส่ที่อยู่ของผู้ฝาก ทั้งๆที่มันเป็นประโยชน์ต่อตนเองชัดๆ

บ่ายแก่ ของวันหนึ่ง ลูกค้ายาวเหยีด พี่เคาน์เตอร์ข้างๆ ดิฉันชื่อพี่รวยก็รับฝากตามปกติ จนมาถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนเข้าแถวอยู่ 

"ส่งอีเอ็มเอสครับ" ลูกค้าคนนั้นบอก

พี่รวยนั่งพินิจพิจารณาครู่หนึ่งก็ส่งของคืนลูกค้า "ช่วยใส่ที่อยู่ให้ด้วยนะครับ ที่อยู่ผู้ฝากยังไม่มีเลย"

ผู้ส่งอารมณ์ขึ้นทันที พูดเสียงดังว่า "ทำไมไปรษณีย์อีกที่หนึ่งบอกว่าไม่ต้องเขียนก็ได้ ทำไมไปรษณีย์นี้ต้องให้ลูกค้าเขียนที่อยู่คนส่งด้วย"

พี่รวยนั่งหน้าเศร้า ดิฉันทนไม่ไหวเลยบอกไปว่า

"พี่ไม่ต้องเขียนที่อยู่ผู้ส่งก็ได้นะคะถ้าพี่ไม่อยากเขียน แต่พี่ช่วยเขียนตรงผู้ฝากส่งว่าเดินทาง ละทิ้ง ไม่ต้องส่งคืนนะคะ เพราะเราจะได้เอาไปทำลายเวลาของส่งคืนมาค่ะ ไม่ต้องเก้บไว้ให้ใครมารับคืน"
ผู้ส่งคนนั้น ยืนนิ่งสักครู่ แล้วหยิบของกลับไปเขียนชื่อที่อยู่ผู้ฝากส่ง แล้วกลับมาส่งใหม่อีกครั้ง

บางครั้ง เราก็ต้องแข็งใส่บ้างนะคะ เพื่อความถูกต้อง ลูกค้าคงไม่รู้หรอกนะคะว่า เวลาที่เขาไม่ใส่ที่อยู่ผู้ฝากส่ง ไปรษณีย์ลำบากขนาดไหน ของที่เก็บไว้ก็มากมายไม่รู้จะไปคืนให้ใคร อีกอย่างหนึ่ง ไปรษณีย์สามารถปฏิเสธการรับฝากได้นะคะ ถ้าเราพิจารณาแล้วว่าการรับฝากนั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของไปรษณีย์...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น